News
สแกนล่าสุดของ Crysis 2 จากนิตยสาร PC Gamer พร้อมสรุป
สแกนล่าสุดของเกม Crysis 2 จากนิตยสาร PC Gamer มีข้อมูลหลายๆ อย่างที่น่าสนใจทีเดียว
ต่อไปนี้เป็นสรุปสำหรับผู้ที่ไม่อยากแปลให้เสียเวลานะครับ
สรุปสแกนคร่าวๆ นะครับ
- เนื้อหาทั้งหมดเป็นการสัมภาษณ์ Cevat Yerli, Nathan Camarillo และหลังๆ ก็มี Richard Morgan ด้วย
- Cevat พูดถึงระบบ AI ของภาคแรกว่า ที่ภาคแรก AI ของทั้งคนและเอเลียนมีความฉลาดไม่เท่ากัน เหตุผลหนึ่งเป็นเพราะระบบของตัว AI ทั้งหมดถูกรันแยกออกจากกันด้วยอัลกอริทึ่มที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง นี่เป็นเหตุผลนึงที่ทำให้รู้สึกว่าการต่อสู้กับเอเลี่ยนในภาคแรกอาจจะดูไม่ค่อยน่าสนใจหรือน่าเบื่อ ภาคนี้จะใช้ระบบ AI เป็นระบบที่แชร์ร่วมกันทั้งหมด แต่จะมีอะไรที่บ่งบอกว่านี่คือคน และนี่คือเอเลี่ยน ผลลัพธ์ที่ได้คือ AI ที่ดูฉลาดและตอบสนองด้วยคุณภาพที่เท่าๆ กันทั้งหมด
- Camarillo กล่าวถึงระบบชุดของภาคนี้ว่าจะมีการผสมลูกเล่นเข้าด้วยกันได้สองแบบเพื่อรูปแบบการเล่นที่แตกต่างมากขึ้น
- ระบบชุดของภาคนี้จะออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานได้มากกว่าเดิม เช่นโหมด Stealth ก็จะหายตัวได้นานกว่าเดิม ส่วนโหมด Armor กำลังอยู่ในการพิจารณา แต่เบื้องต้นคืออาจจะเป็นลักษณะการเป็นอมตะชั่วคราวประมาณ 5 วินาที
- ชุดของภาคนี้จะมีการอัพเกรดตามสายด้วย ที่จะสามารถปลดล็อกได้ด้วยแต้มภายในเกม ที่เปิดเผยมาแล้วตอนนี้คือความสามารถอัพเกรดของหมวด Stealth คือการมองทะลุกำแพงที่สามารถมองได้ในระยะกลางๆ ถึงใกล้
- Yerli และ Camarillo บอกว่าการพัฒนาทั้งบนคอนโซลและพีซีพร้อมกัน คอนโซลไม่ได้เป็นตัวกำหนดชะตากรรมของพีซี ว่าจะมีรูปแบบเกมเป็นแบบใด (หรือเรียกง่ายๆ ว่าคอนโซลไม่ได้เป็นตัวถ่วง)Yerli กล่าวว่าลูกเล่นที่ควรจะมีก็ต้องมีให้ได้ นอกจากนี้ลูกเล่น Color-Grading ที่ปัจจุบันภาพยนตร์ชอบใช้กัน ก็จะนำมาใช้กันภายในเกมนี้ด้วย (ใครเคยดู Tech Demo คงเคยเห็นกันแล้ว) โดยจะนำมาเสริมเพื่อเพิ่มอารมณ์ของเกมในช่วงเวลาที่แตกต่างกันออกไปและช่วยในการเล่าเรื่องด้วย
- ปัญหาของภาคแรกที่ออกมาและส่งผลต่อเกมนี้อย่างจังก็คือ การละเมิดลิขสิทธิ์และปัญหาเรื่องความต้องการด้านเทคนิค เป็นสิ่งที่ทาง Crytek กังวลมากที่สุดเกี่ยวกับเกมนี้ในเวอร์ชั่นพีซี
- เมื่อถูกถามว่าการที่เปลี่ยนโลกของภาคนี้ให้เป็นป่าคอนกรีต แทนที่จะเป็นป่าเขตร้อนเหมือนภาคที่ผ่านๆ มา เป็นเพราะปัญหาด้านเทคนิคบนคอนโซลหรือไม่ Crytek กล่าวว่าไม่เกี่ยวกัน เป็นเรื่องของการหาโอกาสใหม่ๆ มากกว่า เนื่องจากเทคโนโลยีที่ดีต้องมีการจำลองสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นเรื่อยๆ และเป็นหนึ่งในความท้าทายใหม่ๆ อีกด้วย เช่นหากคุณกระโดดลงมาจากตึกสูงลงใส่หลังคารถแล้วเห็นมันบุบใต้เท้าคุณ คงรู้สึกเยี่ยมมาก หรือพวกเอเลี่ยนตัวใหญ่ยักษ์เหยียบรถจนพังต่อหน้าต่อตา หรือขว้างรถใส่คุณแล้วเห็นการจำลองที่สมจริงก็คงดีไม่น้อยเช่นกัน
- Camarillo บอกว่าความท้าทายในภาคแรกคือการจำลองป่าให้ดูสมจริงและดูกว้างใหญ่ออกไปไม่มีที่สิ้นสุด ภาคนี้ความท้าทายจะอยู่ที่การจำลองภูมิทัศน์ที่อยู่ไกลๆ ออกไปเช่นตึกรามบ้านช่องหรือแม้แต่กระทั่งภูเขาที่อยู่ไกลๆ ออกไปที่ต้องใช้ความสามารถสูงกว่าภาคแรก
- สำหรับผู้ที่กลัวว่าภาคนี้การเปลี่ยนโลกมาเป็นเมืองแล้วจะทำให้ลูกเล่นเรื่องความอิสระลดน้อยลง ภาคนี้ถูกทดแทนด้วยความอิสระแบบแนวตั้งแทนที่จะเป็นแนวนอนแบบสองเกมแรกที่ผ่านมาตามลักษณะตัวเมืองใหญ่ เช่นจากตึกระฟ้า Camarillo สาธิตให้ดูโดยการเปลี่ยนโหมดเป็น Tactics และใช้กล้องส่องทางไกลมองดูลาดเลาจากตึกสูงเพื่อหาทางสะดวกสำหรับหลบหลีกศัตรูตามตึกต่างๆ หากจะเดินทางไปก็หาตึกสูงๆ สักที่เพื่อเดินทางโดย Camarillo สาธิตการเดินทางโดยเปลี่ยนเป็นโหมด Power เพื่อกระโดดลงบนมุมตึกที่ไร้ศัตรู เมื่ออยู่ในกลางอากาศเขาก็สลับกลับเป็นโหมด Stealth เท่านี้ก็สามารถลงพื้นได้โดยแม้ว่าจะมีเสียงดังบ้าง แต่ศัตรูก็มองไม่เห็นคุณอยู่ดี
- เนื้อเรื่องของภาคนี้จะห่างจากภาคแรกถึงสามปี ด้วยระยะห่างที่มากขนาดนี้ Cevat โดนซักถึงคำถามที่ว่าเนื้อเรื่องของภาคแรกดูเหมือนจะค่อนข้างดูสับสนและค้างคา Cevat ยอมรับว่าส่วนนี้เป็นความผิดพลาดของทีมงานส่วนนึงที่อยากจะใส่อะไรเข้าไปมากมาย แต่ด้วยอะไรหลายอย่างจึงต้องมีการลดทอนในบางสิ่งบางอย่างออกไป
- ตอนท้ายเป็นการพูดกับ Richard Morgan นักเขียนแนวไซไฟที่มาช่วย Crytek ทำเนื้อเรื่องในภาคนี้ ซึ่งสำหรับส่วนเชื่อมต่อของเนื้อเรื่องในภาคแรกและภาคสอง Morgan กล่าวว่าเขาได้เตรียมเนื้อเรื่องสำหรับการ์ตูนเพื่อเชื่อมต่อสองอย่างนี้เข้าด้วยกันไว้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังพูดถึงการทำงานกับทีมงานด้านเทคนิคด้วย โดยกล่าวว่าการทำงานไม่ได้เป็นการแลกเปลี่ยนแบบอย่างละนิดอย่างละหน่อย แต่เป็นการหลอมรวมทั้งสองสิ่งเข้าด้วยกัน เช่นหากนั่งคุยกับทีมงานดีไซน์ฉากของเกม หากพบว่าแนวทางไม่ตรงกัน Morgan จะกล่าวว่าสองส่วนนี้ดูไม่เข้ากันเท่าไหร่ คุณจะมีวิธีแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร เป็นต้น
- นอกจากนี้ Richard Morgan ยังกล่าวอีกว่า พยายามที่จะทำให้ภาคนี้มีสไตล์การเล่าเรื่องและหลีกหนีความจริงที่ว่า "ความจริงบางอย่างที่คนทำเกมและนักเล่นเกมไม่กล้าเผชิญหน้า คือเกมที่เปิดกว้างมากๆ ไม่สามารถที่จะทำให้เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจได้ เพราะเนื้อเรื่องที่น่าสนใจคือการบังคับผู้เล่นให้เล่นไปตามสคริปต์ของเกม หากเปิดกว้างเมื่อไหร่ มันก็ไม่น่าสนใจเมื่อนั้น" โดยความเห็นของ PC GAMER ยกเกมหนึ่งที่เป็นตัวอย่างที่ดีของสไตล์แบบนี้คือ Fallout 3 ที่มีเนื้อเรื่องที่น่าสนใจและโลกที่เปิดกว้างที่ไม่ได้บังคับให้ผู้เล่นต้องเล่นตามบทไปเสียทุกอย่าง และทุกการกระทำของผู้เล่นจะนำพาไปสู่จุดจบของเกมที่น่าสนใจ
ผมสรุปแบบตามความเข้าใจของผมเอง และใส่ความเห็นลงไปด้วยบางส่วน หากไม่ชัวร์แนะนำให้อ่านสแกนต้นฉบับเลยครับ
Source: N4G.COM via D-BOY15 @ Vagabondteam
ความคิดเห็น :
No Comment, please comment using form below
[ปิดระบบ comment ชั่วคราว]







2010-05-24 14:14:26